Pivot Points

Pivot Points

เราทุกคนมีปัญหาเดียวกันเมื่อต้องกำหนดระดับเป้าหมายของราคา ปกติแล้วสิ่งที่เรามักจะนึกถึคือแนวรับแนวต้าน นี่เป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์หลายคนจะใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆเพื่อการหาระดับเป้าหมายเพิ่มเติม และวิธีการง่ายๆเพื่อให้ได้ผลดังกล่าวอีกวิธีหนึ่งคือใช้ Pivot Points

Pivot Points คืออะไร?

Pivot Points คือระดับแนวรับและแนวต้านที่มีนัยสำคัญ ซึ่งสามารถแสดงขอบเขตที่เป็นไปได้ที่จะเทรด มันถูกคำนวณโดย Professional Floor Traders (สมาชิกตลาดหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขายให้กับตัวเองจากภายในตลาดหลักทรัพย์) เพื่อกำหนดระดับความสำคัญ เทรดเดอร์เหล่านี้คุ้นเคยกับการปรับตัวอย่างรวดเร็วกับการเปลี่ยนแปลงระยะสั้นในตลาด

ในช่วงแรกของการซื้อขาย พวกเขาจะมองที่จุดสูงสุด, ต่ำสุด และราคาปิดของตลาดในวันก่อนหน้า เพื่อนำมาคำนวณหา Pivot Points ของวันปัจจุวันที่จะเข้าทำการซื้อขาย หลังจากนั้นจะได้ผลกำคำนวณออกมาเป็น แนวรับ 1, แนวรับ 2, แนวต้าน 1 และแนวต้าน 2 ระดับที่ได้เหล่านี้จะถูกใช้ในการเทรดรายวัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อระบบ 5-points

มีวิธีในการคำนวณ Pivot point อยู่หลายวิธี

มาเริ่มกันด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมกันก่อน

Pivot Point (PP) ที่สำคัญคือ central pivot ซึ่งเป็นแนวรับ/แนวต้านที่สำคัญ นี่ก็หมายความราคาพยามวิ่งอยู่แถวๆระดับนี้ในเกือบทุก Time frame และมันมักจะถูกใช้เป็นพื้นฐานของ pivot ระดับอื่นๆ

Pivot points ถูกคำนวณด้วยสูตรดังต่อไปนี้:

Pivot Point (PP) = (ราคาสูงสุด + ราคาต่ำสุด + ราคาปิด) /3

กฏของการคำนวณนี้ง่ายๆคือ: เราใช้ผลรวมของราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุด และราคาปิด ของเมื่อวานแล้วหารด้วย 3

แนวรับ 1 (S1) = (PP x 2) – ราคาสูงสุดก่อนหน้า

แนวรับ  2 (S2) = PP – (ราคาสูงสุดก่อนหน้า – ราคาต่ำสุดก่อนหน้า)

แนวต้าน 1 (R1) = (PP x 2) – ราคาต่ำสุดก่อนหน้า

แนวต้าน 2 (R2) = PP + (ราคาสูงสุดก่อนหน้า – ราคาต่ำสุดก่อนหน้า)

บางครั้งราคาเปิดจะถูกนำมาใช้สูตรด้วย ซึ่งสูตรนั้นก็คือ:

PP = ((ราคาเปิดของวันนี้) + (ราคาสูงสุด + ราคาต่ำสุด+ ราคาปิด) ของเมื่อวาน) / 4

ส่วนการคำนวณระดับของแนวรับและแนวต้านก็ทำเหมือนกันกับระบบ 5-point

ระบบ 5-point ไม่ได้เป็นเพียงหนทางเดียวในการคำนวณหา Pivot point มาลองดูในวิธีอื่นๆกันบ้าง:

  • Woodie Pivot Point - บางครั้งเทรดเดอร์ก็ใช้ Pivot point ที่มีพื้นฐานมากจากสูตร Woodies ซึ่งวิธีการคำนวณก็แตกต่างกันอย่างมาก

แนวต้าน 2 = PP + ราคาสูงสุด – ราคาต่ำสุด

แนวต้าน 1 = (2 X PP) – ราคาต่ำสุด

PP = (ราคาสูงสุด+ ราคาต่ำสุด + 2ราคาปิด) / 4

แนวรับ 1 = (2 X PP) – ราคาสูงสุด

แนวรับ 2 = PP – ราคาสูงสุด+ ราคาต่ำสุด

บางครั้งเทรดเดอร์ก็ชอบสูตรนี้เพราะมันให้น้ำหนักมากกว่ากับราคาปิดของวันก่อนหน้า

    • Camarilla Pivot Point. ระดับนี้ก็คล้ายๆกับ Woodie แม้ว่าจะมีการคำนวณออกมาเป็น 8 ระดับ (4 แนวต้าน และ 4 แนวรับ)

    แนวต้าน 4 = ราคาปิด + ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.5000)

    แนวต้าน 3 = ราคาปิด + ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.2500)

    แนวต้าน 2 = ราคาปิด  + ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.1666)

    แนวต้าน 1 = ราคาปิด + ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.0833)

    PP = (ราคาสูงสุด + ราคาต่ำสุด + ราคาปิด) / 3

    แนวรับ 1 = ราคาปิด  – ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.0833)

    แนวรับ 2 = ราคาปิด  – ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.1666)

    แนวรับ 3 = ราคาปิด  – ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.2500)

    แนวรับ 4 = ราคาปิด  – ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.5000)

    • Fibonacci Pivot Point. จุดสำคัญของวิธีนี้คือการใช้ระดับของ Fibonacci มาร่วมคำนวณหาแนวรับและแนวต้าน

    แนวต้าน 3 = PP + ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.000)

    แนวต้าน 2 = PP + ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 0.618)

    แนวต้าน 1 = PP + ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 0.382)

    PP = (ราคาสูงสุด + ราคาต่ำสุด + ราคาปิด) / 3

    แนวรับ 1 = PP – ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 0.382)

    แนวรับ 2 = PP – ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 0.618)

    แนวรับ 3 = PP – ((ราคาสูงสุด - ราคาต่ำสุด) x 1.000)

ส่วนการเลือกกรอบเวลาจะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการเทรด เพราะการเปลี่ยนแปลงของระดับ Pivot point จะขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่คุณเลือก ซึ่งมีทั้ง Pivot Point แบบรายวัน, รายสัปดาห์, รายเดือน และรายปีปกติแล้วเราจะใช้ Pivot แบบรายวันในการเทรดบนกรอบเวลา M30 หรือเล็กกว่านั้น เพราะมันจะใช้ราคาสูงสุด, ต่ำสุด และราคาปิดของวันก่อนหน้า ซึ่งรูปแบบก็จะเปลี่ยนไปทุกวันเราจะใช้ Pivot แบบรายสัปดาห์ ในการเทรดบนกรอบเวลา H1, H4, D1 ในการคำนวณที่ระดับนี้จะใช้ราคาสูงสุด, ต่ำสุด และราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งค่าที่ได้จะไม่เปลี่ยนไปจนกว่าจะถึงสัปดาห์ถัดไปส่วนในกรอบเวลา W1 เราแนะนำให้ใช้ Pivot แบบรายเดือน เพรามันจะคำนวณจากข้อมูลของเดือนก่อนหน้าและในกรณีที่คุณวิเคราะห์กรอบเวลา Mn ก็ยังสามารถที่จะใช้ Pivot แบบรายปีได้ ซึ่งมันจะใช้ราคาสูงสุด, ต่ำสุด และราคาปิดของปีก่อนหน้า

ประโยชน์ของ Pivot points

มีอยู่หลายกลยุทธ์ที่ pivot ถูกเทรดเดอร์นำมาใช้ มาดูที่มีการใช้กันบ่อยที่สุด

Pivot points สามารถนำมาใช้เป็นระดับแนวรับและแนวต้านได้ เทรดเดอร์สายเล่นกลับตัวมักจะเปิดออเดอร์ Buy ใกล้ๆแนวรับ และเปิดออเดอร์ Sell ใกล้ๆแนวต้าน ยิ่งราคามีการกลับตัวหลังจากชนระดับ pivot บ่อยครั้งแค่ไหน ความแข็งแรงของระดับนี้ยิ่งมาก

- หากราคาเคลื่อนไปที่หาระดับแนวต้าน คุณสามารถวาง Sell limit ไว้ที่ระดับแนวต้าน แล้ววาง stop loss เอาไว้เหนือแนวต้าน

- หากราคาเคลื่อนที่ไปหาแนวรับ คุณสามารถวาง Buy limit เอาไว้ที่แนวรับ และวาง stop loss เอาไว้ใต้แนวรับ

จำเอาไว้ว่า หากราคามีการเคลื่อนไหวทะลุแนวรับลงมาได้แนวรับจะกลายเป็นแนวต้าน และหากราคาเคลื่อนไหวทะลุแนวต้านขึ้นไปได้แนวต้านจะกลายเป็นแนวรับ

Range-bound-trading-strategies.png

    • เทรดเดอร์สาย breakout จะใช้ pivot point ในการหาระดับสำคัญที่จะต้องมีการทะลุเพื่อหาทิศทางต่อไปของราคา

    - หากคุณเชื่อว่าคุณเห็นสัญญาณที่แข็งแรงของแนวโน้มกระทิง คุณควรรอให้ราคาพุ่งทะลุแรวต้านแรกก่อน และทันทีที่ราคาพุ่งทะลุออกไปได้ คุณสามารถเปิดออเดอร์ Buy และวางจุด Take profit ไว้ที่แนวต้านถัดไป แต่อย่าลืมวาง stop loss ไว้ด้วย และคุณควรวาง stop loss เอาไว้ใต้แนวต้านแรก อย่างไรก็ตามหากคุณเห็นว่าราคามีการพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณก็สามารถเลื่อนจุด stop loss ขึ้นไปได้อีก

    - หากคุณพบว่าราคาดิ่งทะลุแนวรับลงมา คุณสามารถเริ่ม Sell ได้ ส่วนจุด take profit จะอยู่ที่แนวรับถัดไป และ stop loss ควรวางเอาไว้เหนือแนวรับที่ถูกทำลาย และหากคุณเห็นว่าราคามีการดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง คุณก็สามารถเลื่อนจุด stop loss ลงไปได้อีก

    สิ่งที่ต้องระวังสำหรับกลยุทธ์นี้คือความยากของการระบุว่ามันเป็น breakout จริงหรือหลอก กราฟพุ่งๆมักจะเกิดขึ้นในช่วงข่าวแรงๆ ดังนั้นควรติดตามข่าวเอาไว้ด้วยและควรหมั่นสังเกตปฏิทินเศรษฐกิจของแต่วันว่ามีอะไรสำคัญมั้ย

    • Pivots อาจถูกนำมาใช้ในการหาแนวโน้มในภาพรวมของตลาด

    - หากราคามีการทะลุ pivot point ไปด้านบน มันคือสัญญาณว่ามีคนเข้าซื้อจำนวนมากในตลาด และคุณเองก็ควรเริ่มทำการเข้าซื้อเช่นกัน แต่ตรงกันข้ามหากราคามีการทะลุ pivot point ลงด้านล่าง ก็จะเป็นสัญญาณของตลาดหมี และเทรดเดอร์ก็ควรรอเข้าทำการขาย

Breakout-and-trading-strategies.png

สิ่งสำคัญที่ควรทราบอีกประการตือการเชื่อมต่อกันของเวลาเปิดทำการของตลาดอย่างที่เราทราบกันดีว่าตลาด forex นั้นเปิดทำการ 24 ชม. ต่อวัน รอบการซื้อขายมีด้วยกันทั้งหมด 4 รอบ: ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, อังกฤษ และอเมริกา คุณสามารถหาเวลาเปิดทำการของตลาดแต่ละแห่งได้ ที่นี่.

เมื่อตลาดแห่งหนึ่งเปิด จะมีความเป็นไปได้สูงที่ระดับ pivot จะถูกทำลายเนื่องจากเทรดเดร์จำนวนมากเข้าทำการซื้อขายในเวลาเดียวกัน ในช่วงที่ตลาดอเมริกาปิด และตลาดเอเชียเปิด ราคาจะยังคงมีเสถียรภาพอยู่ในกรอบ pivot point หรือแนวรับแนวต้าน ซึ่งจะเป็นโอกาสของนักเทรดสายเล่นกลับตัว

สรุปแล้ว pivot points นั้นมีประโยชน์กับเทรดเดอร์ในหลายๆด้าน คุณสามารถใช้มันเพียงอย่างเดียว หรือจะใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆก็ได้ ซึ่งถ้าใช่ร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่นก็จะช่วยให้คุณได้ฝึกฝนและสร้างกลยุทธ์ของตัวเองขึ้นมาได้

ข่าวล่าสุด

เทรดเดอร์กำลังรอประกาศต่างๆของสกุลเงิน USD

สหรัฐอเมริกาจะประกาศระดับยอดค้าปลีกและยอดค้าปลีกหลักในวันที่ 13 กันยายน เวลา 15.30 น.

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ECB อาจทำให้ค่าเงินยูโร อ่อนค่าลง

ธนาคารกลางยุโรปจะประกาศอัตราดอกเบี้ยและประกาศนโยบายทางการเงินในวันที่ 12 กันยายน เวลา 14:45 น. ตามเวลา MT หลังจากนั้นนาย

ข้อมูลทางเศรษฐกิจอาจหนุนค่าเงิน GBP

สหราชอาณาจักรจะประกาศการเติบโตของ GDP และการผลิตภาคอุตสาหกรรมในวันที่ 9 กันยายน เวลา 11.30 น. ตามเวลา MTการเติบโตของ

ຝາກເງິນກັບລະບົບຊໍາລະເງິນພາຍໃນ

ໂທກັບ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ປ່ຽນເບີໂທລະສັບ

ເຮົາໄດ້ຮັບຄຳຮ້ອງຂອງທ່ານແລ້ວ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ຄວາມຜິດພາດພາຍໃນ. ກະລຸນາລອງໃໝ່ອີກຄັ້ງ

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

Beginner Forex book will guide you through the world of trading.

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera