ข้อดีและข้อเสียของการวิเคราะห์ทางเทคนิคและตัวบ่งชี้

ข้อดีและข้อเสียของการวิเคราะห์ทางเทคนิคและตัวบ่งชี้

การซื้อขายฟอเร็กซ์ - ระบบนิเวศของโบรกเกอร์หลายราย, เหล่าเทรดเดอร์ และการไหลเวียนของข้อมูลทั้งหมดอยู่ในนั้นเกิดจากแรงจูงใจเพียงอย่างเดียว: การหารายได้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้กำไรคือการทำนายการเคลื่อนไหวของตลาดได้อย่างถูกต้อง นี่เป็นคำถามที่สำคัญ: มีวิธีการที่จะทำนายตลาดได้ถูกต้องเสมอหรือไม่? คำตอบคือ “ไม่” เนื่องจากคำถามนี้ก็ไม่ต่างจากการทำนายอนาคต ไม่มีใครสามารถทำได้ แม้ว่าบางครั้งบางคนอ้างว่าได้คิดค้นเครื่องมือที่เชื่อถือได้เกือบ 100% ที่สามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ก็ตาม 

อย่างไรก็ตามบางวิธีการก็ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความน่าเชื่อถือในเรื่องของการคาดการณ์ การวิเคราะห์ทางเทคนิคและตัวบ่งชี้ก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น มาดูกันในภาพกว้างเพื่อจะได้เข้าใจว่าวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการใช้งานมันคืออะไร

ข้อดี

ความแม่นยำทางคณิตศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญหลายชั่วอายุคนที่มาจากแวดวงวิชาการต่างๆได้อธิบายแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่หลากหลายซึ่งให้กำเนิดหลากหลายอัลกอริธึมที่ฉายการเคลื่อนไหวของตลาดในอนาคต อัลกอริทึมเหล่านี้ช่วยให้เราสามารถกำหนดคำสั่งซื้อขาย, ระดับต่างๆ, stop loss และจุดสำคัญอื่นๆทั้งหมดได้อย่างแม่นยำถึง 0.00001 ในทางกลับกันสิ่งนี้ก็ให้พื้นที่ในการซื้อขายแบบ scalping ในการซื้อขายระหว่างวันได้และวิธีการในการซื้อขายอื่นๆที่เทรดเดอร์ที่ฉลาดสามารถทำเงินได้ภายในไม่กี่วินาที

ตัวเลือกที่หลากหลาย

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฯให้แนวทางเดียวเท่านั้น: ข้อมูลในชีวิตจริง ในทางตรงกันข้ามตัวบ่งชี้ทางเทคนิคกลับมีหลากหลายตัวเลือกให้เลือก Oscillators, ปริมาณ, ตัวบ่งชี้แนวโน้ม และประเภทอื่น ๆ และการนำพวกมันมาผสมกันก็ให้โอกาสในการปรับแต่งวิธีการที่เลือกได้มากที่สุดเท่าที่เทรดเดอร์ต้องการ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองให้คุ้นเคยกับการตีความตลาด: เทรดเดอร์อาจเลือกตัวบ่งชี้กี่ตัวก็ได้ที่เขา/เธอเข้าใจดีที่สุดแล้วปรับแต่งจนพวกเขารู้สึกมั่นใจในการอ่านตลาด ความหลากหลายของตัวเลือกนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเลือกตัวชี้วัดที่พวกเขาชอบและตัดสินใจเลือกกลยุทธ์การซื้อขายแบบทั่วไปแล้วให้ปล่อยให้การตัดสินใจ “เล็กๆ” เป็นของตัวบ่งชี้ที่เลือก

ความเฉยเมยทางอารมณ์

ตลาดถูกสร้างขึ้นโดยคน ส่วนคนก็มีอารมณ์, ความหวัง และความปรารถนา มันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เทรดเดอร์จะประสบความสูญเสียเนื่องจากความหวังที่ผิดๆที่หวังว่าตลาดจะมีการพักตัวหรือแตกตื่นกับข่าวไม่คาดฝันบางข่าว ตัวเลขนั้นไม่มีความรู้สึกดังนั้นพวกมันจึงไม่ตกอยู่ในความหวังและไม่มีอาการหัวใจวายเมื่อตลาดร่วงลง การใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคอาจช่วยกรองเรื่องอารมณ์ออกจากการตัดสินใจซื้อขายซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการเอาความรู้สึกที่ต้องรับผิดชอบออกจากไหล่ของเทรดเดอร์ 

จากมุมมองนี้ เทรดเดอร์มีเครื่องมือให้ใช้มากมายที่จะช่วยให้ได้นอนหลับสบายและช่วยให้มั่นได้ว่าไม่มีข้อบกพร่องในการประเมินตลาดด้วยตังบ่งชี้ที่อยู่เบื้องหลัง แต่ยังไงซะก็มีจุดอ่อนซ่อนอยู่ในจุดแข็งตามที่เราได้ระบุได้ดังต่อไปนี้ 

ข้อเสีย

อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีวันรู้ได้และมันก็วิ่งหนีไปเรื่อยๆ

วิธีการทางคณิตศาสตร์และสถิติทั้งหมดใช้ข้อมูลจากอดีตเพื่อชี้อนาคต เหตุการณ์ที่ผ่านมาหรือแนวโน้มแบบดิจิตอลไม่อาจบอกสิ่งที่จะเกิดถัดไปได้ 100% นี่คือข้อบกพร่องพื้นฐานของวิธีการนี้ ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าตัวบ่งชี้จะให้ความน่าจะเป็นสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้แต่มันก็ยังล่าช้ากว่าเวลาในปัจจุบัน ตลาดนั้นมีชีวิตอยู่และไม่เคยรอใคร ดังนั้นมันจึงใช้เวลาซักพักก่อนที่ตัวบ่งชี้จะสะท้อนออกมาในแผนภูมิ จากนั้นนักลงทุนก็จะต้องจะต้องใช้เวลาอีกซักพักก่อนที่จะตัดสินใจว่าเขาต้องทำอะไรกับแผนภูมิที่มีตัวบ่งชี้นี้ ภายในสองช่วงเวลานี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดที่จะทำให้การตีความที่ดูเหมือนจะชัดเจนก่อนหน้าเป็นโมฆะไป

หลงทาง

การใช้ตัวบ่งชี้หลายตัวจะส่งให้ผลลัพธฺตรงกันข้าม: มันสร้างความสับสน บางคนอาจคิดว่ายิ่งคุณใช้ตัวบ่งชี้มากเท่าไหร่การประเมิณตลาดก็จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่นั่นไม่เป็นความจริงเลย: ตัวบ่งชี้หลายตัวมักจะขัดแย้งกันเองและการใช้พวกมันร่วมกันอาจทำให้เกิดความสับสนได้แม้แต่กับเทรดเดอร์ระดับมืออาชีพ นอกจากนั้นเพื่อให้สามารถเลือกตัวบ่งชี้ได้ เราจำเป็นต้องมีความรู้พร้อมอยู่ในระดับหนึ่ง มิฉะนั้นจะต้องมานั่งเลือกตัวบ่งชี้หลายสิบที่แต่ละตัวก็สามารถใช้กับเทอร์มินัลใดๆก็ได้ซึ่งบางตัวก็ค่อนข้างซับซ้อน 

ขาดความเข้าใจ

แบบจำลองทางคณิตศาสตร์อาจคำนวณและคาดการณ์ได้แต่พวกมันก็ไม่เข้าใจโลกที่พวกมันกำลังอธิบาย พวกมันไม่อาจสัมผัสตลาดได้เหมือนกับผู้สังเกตการณ์ที่มีประสบการณ์บางคน บางครั้งความรู้สึกลึกๆอาจเป็นวิธีเดียวที่จะมองเหตุการณ์ต่างๆออกและคาดการณ์ว่าแนวโน้มจะไปในทิศทางไหน ดังนั้นปัจจัยมนุษย์อาจเป็นประโยชน์ต่อเทรดเดอร์ในบางกรณี ประสบการณ์และการรับทราบข้อมูลอยู่เสมอนับเป็นสิ่งสำคัญ

กฎทั่วไปที่ใช้งานได้เสมอ

แม้จะมีการถกเถียงกันอย่างเด่นชัดข้างต้น แต่กฎบางข้อก็ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ตลอดเวลา

ก่อนอื่นอย่าพึ่งตัวบ่งชี้เพียงตัวเดียวมากเกินไป จำไว้ว่า: ตัวบ่งชี้เป็นเพียงเรื่องของความน่าจะเป็น ไม่มีตัวไหนที่สมบูรณ์แบบแต่ละตัวมีช่องโหว่ของมัน บางตัวอาจใช้ได้ดัในกรอบเวลาที่ใหญ่ๆ แต่บางตัวอาจใช้ได้ดีในบางจังหวะที่ตลาดมีการเคลื่อนไหว และบางตัวส่วนใหญ่ก็อาจจะใช้ไม่ได้ผลเลย ดังนั้นคุณต้องมีเครื่องมือจำนวนหนึ่งที่ได้รับการคัดสรรที่เหมาะสมกับกลยุทธ์การซื้อขายของคุณ

ประการที่สอง คุณไม่สามารถพึ่งพาแค่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฯหรือทางเทคนิคได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวบ่งชี้ในฐานะตัวอ่านแผนภูมิจะสูญเสียความหมายของพวกมันโดยปราศจากความเข้าใจลึกๆเกี่ยวกับตลาด ดังนั้นคุณต้องทำการอ่านข่าวเป็นประจำเพื่ออัปเดทและรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง สิ่งนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและคาดการณ์พฤติกรรมของตลาด ในขณะที่ตัวบ่งชี้จะเติมเต็มและทำให้การสังเกตการณ์ของคุณมีความแม่นยำมากขึ้นและได้รับการตรวจสอบซ้ำ

ประการที่สาม ใช้นโยบายการจัดการความเสี่ยงเสมอ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการกำหนดระดับ Stop Loss ให้กับคำสั่งซื้อขายของคุณ แต่ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงินส่วนตัวของคุณและการซื้อขาย Forex คุณจำเป็นต้องจัดการการลงทุน Forex ของคุณอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มันทำให้การเงินของคุณต้องติดขัดซึ่งอาจส่งผลลบต่อจิตใจของคุณ ตัวบ่งชี้จะไม่ช่วยคุณหากคุณใช้เงินทั้งหมดในการซื้อขายจนไม่เหลือเงินไปใช้จ่าย จงคำนวณว่าคุณพร้อมที่จะสูญเสียเท่าไร, คุณสามารถลงทุนได้เท่าไหร่, และด้วยประสบการณ์และความรู้ที่คุณมีในตอนนี้คุณจะได้รับเท่าไหร่    

สรุป 

อย่างที่เราเห็นในแต่ละข้อดีย่อมมีข้อเสียของมันเอง เทรดเดอร์ทุกคนต้องทดสอบด้วยตัวเองและตัดสินใจว่าจะใช้ตัวบ่งชี้ใดและต้องพึ่งพาตัวไหนเมื่อต้องตัดสินใจในการซื้อขาย แต่ในที่สุดก็ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพของเทรดเดอร์ การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง, สติ, สัญชาตญาณ หรือการวิเคราะห์ล้วนเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตัวบ่งชี้ที่เลือก 

ຄ້າຍຄືກັນ

กลยุทธ์ "แท่งเทียนแท่งที่สาม"

หากคุณคุ้นเคยกับวิธีการเคลื่อนไหวของราคา คุณควรทราบรูปแบบ “แท่งเทียนแท่งที่สาม” รูปแบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าง่ายและมีประสิทธิภาพสำหรับเทรดเดอร์ ในบทความนี้เราจะพิจารณากลยุทธ์ที่มีพื้นฐานมาจากรูปแบบนี้

กลบุทธ์การซื้อขาย Base-150

คำอธิบายและกรณีศึกษาสำหรับกลยุทธ์การซื้อขายตามแนวโน้มโดยมีพื้นฐานมากจากการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะ 150 และอื่น ๆ

ຝາກເງິນກັບລະບົບຊໍາລະເງິນພາຍໃນ

เรียนรู้เพิ่มเติม

ໂທກັບ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ປ່ຽນເບີໂທລະສັບ

ເຮົາໄດ້ຮັບຄຳຮ້ອງຂອງທ່ານແລ້ວ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ຄວາມຜິດພາດພາຍໃນ. ກະລຸນາລອງໃໝ່ອີກຄັ້ງ

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

Beginner Forex book will guide you through the world of trading.

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera