จะติดตามแนวโน้มได้อย่างไร?

จะติดตามแนวโน้มได้อย่างไร?

เมื่อเทรดเดอร์มือใหม่มองหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเริ่มต้นการเทรดอย่างมีกำไร เขา/เธอมักจะพบคำแนะนำที่แนะนำให้เทรดตามแนวโน้ม หากคู่สกุลเงินเพิ่มสูงขึ้น คุณจะต้องซื้อ หากมันร่วงลง คุณจะต้องขาย แท้จริงแล้วคำแนะนำนี้มีเหตุผล อย่างไรก็ตามเมื่อคุณนำไปปฏิบัติ คุณก็จะพบทันทีว่าทุกอย่างนั้นไม่ได้ง่ายดายเลย หากต้องการสร้างรายได้จากการเทรดแนวโน้ม คุณจะต้องได้รับคำแนะนำเพิ่มเติม บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้จักกลยุทธ์การเทรดแนวโน้มและขั้นตอนในการดำเนินการ

มีแนวโน้มที่แตกต่างกันอยู่หลายแบบ

ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรดใน MetaTrader คุณต้องเข้าใจก่อนว่ามีแนวโน้มอยู่ 3 ประเภทซึ่งแบ่งตามเวลาได้แก่:

• แนวโน้มระยะยาวหรือแนวโน้มหลัก

• แนวโน้มระยะปานกลางหรือระยะกลาง

• แนวโน้มระยะสั้น

เมื่อเทรดเดอร์ถามเราว่า "มีแนวโน้มใดอยู่ในแผนภูมิ EUR/USD บ้าง?" เราก็มักจะถามว่า "คุณหมายถึงกรอบเวลาไหน?" ซึ่งอันที่แล้วหากคุณมองไปที่ EUR/USD ในกรอบเวลาที่แตกต่างกัน แผนภูมิที่คุณเห็นก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แนวโน้มระยะยาวจะอยู่ที่ 8 เดือน - 2 ปี พวกมันจะแสดงให้เห็นภาพรวมที่ใหญ่กว่าและแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างด้านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิของประเทศที่มีสกุลเงินที่ประกอบกันเป็นคู่สกุลเงินเช่น ยูโรโซนและสหรัฐอเมริกา แนวโน้มระยะปานกลางจะอยู่ที่ 1-8 เดือน พวกมันถูกสร้างขึ้นภายในแนวโน้มหลักระยะยาวในทิศทางที่ตรงกันข้าม แนวโน้มระยะสั้นจะอยู่ที่ไม่กี่วันไปจนถึงหนึ่งเดือน พวกมันเกิดขึ้นจากความผันผวนของเงินทุนทั่วโลกที่เกิดจากข่าวเศรษฐกิจหรือการเมือง แนวโน้มดังกล่าวจะทำให้เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าแม้ว่าคุณจะเทรดเฉพาะในระหว่างวัน คุณก็จำเป็นที่จะต้องรู้แนวโน้มระยะกลางและระยะยาวและรู้จักวาดเส้นแนวโน้มต่างๆด้วย บางครั้งราคาอาจเผชิญกับแนวต้านหรือแนวรับของแนวโน้มที่ใหญ่กว่าได้ หากคุณระบุแนวโน้มทั้งสามแบบในแผนภูมิของคุณ คุณก็จะสามารถมองเห็นตลาดได้ดียิ่งขึ้น

แนวโน้มในขั้นต่างๆ

สิ่งที่สำคัญต่อไปก็คือ ทุกๆแนวโน้มจะประกอบไปด้วย 4 ขั้น ได้แก่:

1. Young trend

2. Mature trend

3. Aging trend

4. Reversing trend

หากแนวโน้มเก่าแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องพยายามเทรดมัน เป้าหมายคือการติดตามแนวโน้มที่เพิ่งเกิดขึ้นหรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต ด้วยวิธีนี้คุณจะได้รับผลกำไรที่ดีจากการเทรดแนวโน้ม

trend1.png

ดังนั้นคุณต้องมองหาแนวโน้มขั้นที่ 2 เมื่อมาถึงจุดนี้คุณจะสามารถวาดเส้นแนวโน้มได้ สำหรับแนวโน้มขาขึ้นคุณจะต้องมี low อย่างน้อย 2 lows - low เริ่มต้นและ higher low จะดียิ่งขึ้นหากคุณมี low 3 lows ที่เชื่อมต่อกัน – มันจะหมายความว่าแนวโน้มได้ถูกสร้างขึ้นมาแล้วจริงๆ เส้นแนวโน้มดังกล่าวจะเป็นเส้นแนวรับ สำหรับแนวโน้มขาลงคุณจะต้องมี high อย่างน้อย 2 highs – high แรกและ lower high แน่นอนว่าจะดียิ่งขึ้นหากคุณมี high 3 highs ที่เชื่อมต่อกัน ในกรณีนี้เส้นแนวโน้มดังกล่าวจะเป็นเส้นแนวต้าน

trend2.png

สิ่งสำคัญคือคุณไม่ควรขี้เกียจและพยายามที่จะวาดเส้นแนวโน้ม เส้นเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์แผนภูมิ พวกมันไม่เพียงแต่จะช่วยหาพื้นที่ที่ในอนาคตราคาอาจพลิกกลับจากแนวรับหรือแนวต้านเท่านั้น แต่พวกมันยังจะแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มมีความแข็งแกร่งมากแค่ไหนอีกด้วย ลองสังเกตการณ์ดู: ยิ่งเส้นแนวโน้มชันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสที่ราคาจะฝ่าเส้นแนวโน้มมากเท่านั้น หากราคาเคลื่อนตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ซื้อที่ผลักดันราคาให้สูงขึ้นจะสูญเสียกำลังในไม่ช้าและตลาดจะเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้าม หากคุณต้องการเลือกแนวโน้มที่ดีที่จะมีอายุการใช้งานเป็นเวลานาน ให้เลือกเส้นแนวโน้มที่ชันน้อยที่สุด

นอกจากนี้เราขอแนะนำให้คุณให้ความสำคัญกับ corrections และ consolidations ที่ปรากฏในเส้นแนวโน้มของคุณ อย่างที่คุณเห็นเมื่อราคามีแนวโน้มที่จะขึ้นหรือลง มันจะไม่เคลื่อนขึ้นไปตรงๆหรือเคลื่อนลงไปตรงๆได้ตลอดเวลา corrections คือสถานการณ์ที่คู่สกุลเงินผกผันและเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแนวโน้มหลัก consolidations คือช่วงที่การเคลื่อนไหวของราคาอยู่ในแนวนอน

หากการเคลื่อนไหวของแนวโน้มที่ผกผัน (corrections) มีช่วงที่สั้นและมีช่วงด้านข้าง (consolidations) ที่แคบ คุณจะพบกับแนวโน้มที่แข็งแกร่งและใช้เทรดได้อย่างปลอดภัย

trend3.png

ตัวบ่งชี้ทางเทคนิค

มีกลุ่มตัวบ่งชี้ใน MT4 ที่เรียกว่า "ตัวบ่งชี้แนวโน้ม" พวกมันสามารถช่วยคุณติดตามแนวโน้มได้

Moving Average จะช่วยให้คุณระบุแนวโน้มขาขึ้นหรือแนวโน้มขาลงและทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านได้ เราขอแนะนำให้ใช้ moving averages แบบง่ายๆที่มีช่วงอยู่ที่ 20, 50, 100 และ 200

ADX จะแสดงทิศทางและความแข็งแกร่งของแนวโน้ม การอ่านที่มากกว่า 30 จะบ่งบอกถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โปรดทราบว่าตัวบ่งชี้นี้อาจทำงานช้า

เทรดเดอร์ยังสามารถใช้ oscillators (ตัวบ่งชี้ที่แกว่งตัวอยู่รอบๆค่ากลางและปรากฏอยู่ในหน้าต่างแยกใต้แผนภูมิราคา) หลังจากที่คุณใช้เส้นแนวโน้มหรือ moving averages เพื่อกำหนดทิศทางของแนวโน้มแล้ว ให้ดูที่ Stochastic oscillator ในแนวโน้มขาขึ้น ความชันของมันจะต้องชันขึ้น ในแนวโน้มขาลง ความชันของ Stochastic จะต้องชันลง หากราคากำลังสร้าง highs ใหม่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ Stochastic นั้นไม่ มันอาจเป็นสัญญาณของการกลับตัวลง

trend4.png

คุณจะได้รับข้อมูลที่คล้ายคลึงกันจากตัวบ่งชี้ Stochastic จากอีก oscillator หนึ่งที่เรียกว่า MACD ข้อแตกต่างคือ MACD จะมาในรูปแบบของฮิสโตแกรม (คอลัมน์ด้านล่างแผนภูมิราคา) ในช่วงขาขึ้น คอลัมน์ MACD จะต้องใหญ่ขึ้น ขณะที่ในช่วงขาลง คอลัมน์ MACD จะต้องลดลงจนถึงโซนลบ

กลยุทธ์สำหรับการเทรดที่ใช้แนวโน้ม

วิธีที่ดีที่สุดคือจงทำตามตลาดเสมอ ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนที่แนะนำ:

1. กำหนดระยะเวลาที่คุณต้องการอยู่ในแนวโน้ม การตัดสินใจนี้จะส่งผลต่อกรอบเวลาที่คุณเลือกสำหรับการเทรด หากคุณตัดสินใจเทรดระหว่างวัน (เช่น เพียงไม่กี่ชั่วโมง) ให้กำหนดแนวโน้มในกรอบเวลารายวัน นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้แผนภูมิ H4 และ H1 ในการวางแผนการเทรดของคุณได้ เราไม่แนะนำให้คุณเสียเวลาไปกับกรอบเวลาที่มีขนาดเล็กกว่าเช่น กรอบเวลา M15 เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและเป็นการยากที่จะทำการวิเคราะห์การเทรดที่จะเปิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

2. ระบุแนวโน้ม - ว่ามันเป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือแนวโน้มขาลง? ดูข่าวเศรษฐกิจและการวิเคราะห์ต่างๆ ลองทำความเข้าใจว่าปัจจัยพื้นฐาน (ทางเศรษฐกิจ) ใดหรือข่าวใดที่อยู่เบื้องหลังแนวโน้มนี้ ตลาดกำลังคาดการณ์เหตุการณ์ที่สำคัญอยู่หรือไม่? หรือบางทีบางสิ่งบางอย่างอาจได้เกิดขึ้นแล้วและมันส่งผลกระทบต่อตลาดหรือไม่? หากความเชื่อมั่นในตลาดเป็นแบบ bullish คุณจะสามารถซื้อได้ในแนวโน้มขาขึ้น หากความเชื่อมั่นในตลาดเป็นแบบ bearish คุณจะสามารถขายได้ในแนวโน้มขาลง

3. วาดเส้นแนวโน้ม พวกมันชันหรือปกติ? ราคาทดสอบเส้นแนวโน้มกี่ครั้ง? หากราคาแตะเส้นแนวรับเป็นครั้งที่ 3 ในแนวโน้มขาขึ้นและกลับขึ้นมาในช่วงแนวโน้มขาขึ้น มันคืิอสัญญาณซื้อ

4. ตรวจสอบตัวบ่งชี้ทางเทคนิค ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกมันยืนยันแนวโน้ม

5. กำหนดขั้นของแนวโน้ม การเทรดที่จุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของแนวโน้มมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นจึงควรเลือกแนวโน้มแบบ mature trend

6. ให้วาง limit order ใกล้กับเส้นแนวโน้ม ในแนวโน้มขาขึ้น ให้วาง Buy Limit ที่เส้นแนวรับ ในแนวโน้มขาลง ให้วาง Sell Limit ใกล้กับเส้นแนวต้าน

7. วาง Stop Loss ป้องกันในอีกด้านหนึ่งของเส้นแนวโน้ม Stop Loss ของคุณไม่ควรแน่นจนเกินไปเพื่อไม่ให้ order ของคุณปิดเนื่องจากความผันผวนรายวัน ไม่มีวิธีแก้ปัญหาแบบสากลในการเลือก Stop Loss มันขึ้นอยู่กับคุณตั้งใจจะรักษาการเทรดของคุณไว้นานแค่ไหน (คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าคุณจะปิดการเทรดของคุณอย่างมีกำไรได้ที่ไหน) และขึ้นอยู่กับขนาดการเทรดของคุณ โดยปกติแล้ว Stop Loss จะอยู่ที่ประมาณ 1/3 ของ Take Profit หากคุณเทรดในระหว่างวันที่ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง คุณควรจะใช้ Stop Loss ที่เกินกว่า 15 pips

trend5.png

ຄ້າຍຄືກັນ

กลยุทธ์การเทรดทอง

การเทรดทองไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากโลหะสีเหลืองนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกันกับสินค้าโภคภัณฑ์หรือคู่เงินอื่นๆในตลาด

ຝາກເງິນກັບລະບົບຊໍາລະເງິນພາຍໃນ

ໂທກັບ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ປ່ຽນເບີໂທລະສັບ

ເຮົາໄດ້ຮັບຄຳຮ້ອງຂອງທ່ານແລ້ວ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ຄວາມຜິດພາດພາຍໃນ. ກະລຸນາລອງໃໝ່ອີກຄັ້ງ

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera