วิธีการใช้ volume indicator ในการเทรด

วิธีการใช้ volume indicator ในการเทรด

ถ้าคุณเทรดหุ้นแล้วคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการซื้อขายจากตลาดหลักทรัพย์ ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่าผู้เล่นในตลาดสนับสนุนแนวโน้มของราคาหรือไม่ ตลาดสกุลเงินนั้นแมัจะมีสถานการณ์จะแตกต่างกันแต่เทรดเดอร์ก็ยังคงสามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกได้จากปริมาณการซื้อขาย

Tick Volume

ตลาด Forex ไม่มีศูนย์กลางดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะนับสัญญาและขนาดของสัญญาได้ทั้งหมดเหมือนในตลาดหุ้น ส่งผลให้ผู้เทรด Forex ใช้ tick volume เป็นอินดิเคเตอร์

Tick เป็นการเปลี่ยนแปลงหรือการขยับขึ้นๆลงๆของราคา MetaTrader วัดจำนวนของ tick ในระหว่างช่วงเวลาหนึ่ง ฉะนั้นมันจึงเป็นไปได้ที่จะเห็นว่าตลาดนั้นมีการซื้อขายคึกคักเพียงใดในช่วงเวลานั้นๆ กล่าวได้อีกอย่างว่า เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีออเดอร์ 500 หรือ 500,000 ออเดอร์ภายในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เรารู้แน่นอนว่าราคาเคลื่อนไหวไปกี่ tick และนี่ก็คือสิ่ง tick volume มันสำคัญที่จะเข้าใจธรรมชาติของมัน

วิธีการใช้งาน tick volume

MetaTrader มี tick volume ให้ใช้ ถ้าจะเอามาใช้ก็คลิกที่ "Insert" แล้ว "Indicators" แล้วเลือก "volumes" มีด้วยกันอยู่ 4 อินดิเคเตอร์:

1. ปริมาณการซื้อขาย

อินดิเคเตอร์แสดงให้เห็นตัวเลขของการเปลี่ยนแปลงของราคา (tick) ในแต่ละช่วงของกรอบเวลาที่เลือก แท่งปริมาณการซื้อขายจะมีสีเขียวถ้าเกิดมันมีขนาดใหญ่กว่าอันก่อนหน้าและมีสีเขียวถ้าปริมาณการซื้อขายลดลง

2. ดัชนีปริมาณหุ้นสะสม (OBV)

อินดิเคเตอร์มีลักษณะเป็นเส้น หากราคาปิดของแท่งเทียนแท่งปัจจุบันนั้นสูงว่าแท่งก่อนหน้า ปริมาณการซื้อขายจะถูกเพิ่มเข้าไปใน OBV ก่อนหน้า แล้วเส้นจะวิ่งขึ้น แต่ถ้าหากราคาปิดของแท่งเทียนในปัจจุบันต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า ปริมาณการซื้อขายจะถูกหักออกจาก OBV ก่อนหน้า ทำให้อินดิเคเตอร์วิ่งลง ถือได้ว่า OBV เปลี่ยนก่อนราคาเปลี่ยน ดังนั้นมันจึงให้สัญญาณได้

3. ดัชนีการไหลของกระแสเงิน (MFI)

อินดิเคเตอร์แสดงให้เห็นความแข็งแกร่งในการเคลื่อนไหวเงินเข้าและออกของหุ้น นับว่า RSI อีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่แสดงปริมาณการซื้อขายด้วย

4. การสะสม/การกระจาย

นี่เป็นอินดิเคเตอร์อีกตัวที่คำนวณโดยใช้ราคาและปริมาณการซื้อขายเป็นพื้นฐาน ยิ่งมีปริมาณการซื้อขายมากเท่าไรยิ่งผลักดันราคาให้เคลื่อนไหวมากขึ้นเท่านั้น (สำหรับช่วงเวลานี้) อินดิเคเตอร์จะมีค่าเพิ่มขึ้น

Screenshot_25.png

การใช้ปริมาณการซื้อขายในการวิเคราะห์ทางเทคนิค

ตัวบ่งชี้ปริมาณสามารถทำงานที่มีประโยชน์มาก:

1. วัดความแข็งแรงของเทรนด์

เทรนด์จะมีความแข็งแกร่งก็ต่อเมื่อได้รับการยืนยันโดยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมันหมายความว่าความสนใจของตลาดในเทรนด์นี้สูง ดังนั้นในเทรนด์ขาขึ้น ปริมาณการซื้อขายควรเพิ่มขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนที่ขึ้น และลดลงเมื่อราคากำลังเคลื่อนที่ลงในขณะที่เป็นเทรนด์ขาลง นี่หมายความว่าปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนที่ลง และปริมาณการซื้อขายลดลงเมื่อราคาเคลื่อนที่ขึ้น

Screenshot_21.png

ในภาพด้านบนคุณจะเห็นว่าปริมาณการซื้อขายนั้นลดลงในขณะที่มีการปรับฐานในเทรนด์ขาขึ้น ในส่วนสุดท้ายของแผนภูมิ ราคาสูงสุดใหม่ไม่ได้รับการยืนยันโดยปริมาณการซื้อขาย ตีความได้ว่าจะมีการกลับตัวลง

2. มองหาการกลับตัวตั้งแต่เนิ่นๆ

มันเป็นเรื่องยากเสมอที่จะแยกแยะระหว่างจุดกลับตัวและจุดปรับฐานในช่วงต้น อินดิเคเตอร์บ่งชี้ปริมาณการซื้อขายช่วยให้ทำมันได้เร็วขึ้นและเข้าร่วมเทรนด์ได้ไวที่สุดท่าที่เป็นไปได้

Screenshot_22.png

ราคาก่อตัวเป็นรูปแบบ "หัวและไหล่" ปริมาณการซื้อขายกลับต่ำในช่วงที่ราคาวิ่งขึ้นด้านบน และต่ำลงได้อีกในช่วงไหล่ที่สอง: เป็นการยืนยันว่าตลาดไม่มีแรงที่จะขึ้นต่อไปได้อีก

Screenshot_24.png

หากพบว่ามี Divergence ระหว่างราคาและอินดิเคเตอร์บ่งชี้ปริมาณการซื้อขาย จะนับเป็นสัญญาณของความเป็นไปได้ที่จะมีการกลับตัวจากเทรนด์ในปัจจุบัน

3. ยืนยันการทะลุ

โดยปกติปริมาณการซื้อขายจะต่ำในช่วงที่มีการสร้างฐานหรือช่วงไซด์เวย์ หากมีการทะลุแนวพร้อมๆกับที่ปริมาณของการซื้อขายพุ่งสูงขึ้น จะมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นการทะลุที่แท้จริง ไม่ใช่การทะลุหลอก

Screenshot_23.png

ปริมาณการซื้อขายที่พุ่งสูงขึ้นในขณะที่ราคาก็วิ่งไปอยู่เหนือแนวต้าน จะช่วยให้ราคามีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกับที่พุ่งทะลุมา

4. ระบุแนวรับแนวต้านที่แข็งแกร่ง

ในพื้นที่ ณ ราคาที่มีปริมาณการซื้อขายสูงอาจแสดงให้เห็นถึงอุปสรรคที่มีนัยสำคัญในการไปต่อของราคา และจุดนี้เป็นจุดเข้าและจุดออกที่ดีของเทรดเดอร์

สรุปอินดิเคเตอร์ของปริมาณการซื้อขายนั้นไม่ได้เป็นอินดิเคเตอร์ที่ให้สัญญาณได้ด้วยตัวมันเอง แต่มันจะถูกใช้เพื่อยืนยันมากกว่า อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของราคาบอกเราถึงความคึกคักของการซื้อขายได้ดีกว่าสิ่งอื่น นี่เป็นความรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากอินดิเคเตอร์ตัวอื่น เป็นผลให้อินดิเคเตอร์ปริมาณการซื้อขายนั้นจะช่วยสนับสนุนระบบเทรดของคุณได้เป็นอย่างดี

ຄ້າຍຄືກັນ

ตราสารสิทธิวันหมดอายุคืออะไรและมันอาจส่งผลต่อตลาด Forex อย่างไร?

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังทำการซื้อขาย Forex และทันใดนั้นข่าวเกี่ยวกับตราสารสิทธิวันหมดอายุที่มีขนาดใหญ่ออกมา คุณควรตอบสนองข่าวนี้อย่างไรและมันมีความหมายอย่างไรกับตลาด Forex? มาดูกัน

ทำความเข้าใจกับรูปแบบแผนภูมิสามเหลี่ยม

คุณเคยนับดาวในขณะที่มองหากลุ่มดาวหรือเปล่า? หรือบางทีคุณอาจจินตนาการว่าคุณเป็นนักโหราศาสตร์พยายามทำนายอนาคตในการซื้อขาย คุณสามารถทำได้โดยดูที่แผนภูมิและรูปแบบของมัน นอกจากนี้หากการวิเคราะห์ของคุณถูกต้อง การทำนายอนาคตของคุณอาจช่วยให้คุณได้เงิน ในบทความนี้เราจะนำเสนอกลยุทธ์ที่ใช้งานและจดจำได้ง่าย ซึ่งก็คือรูปแบบสามเหลี่ยม

การขยายเข้าหรือออกของตำแหน่งซื้อขาย

ลองนึกภาพคุณได้เปิดตำแหน่งซื้อขายของคุณ, วางจุด stop loss และจุด take profit ขั้นตอนต่อไปของคุณคืออะไร คุณอาจนั่งรอการเคลื่อนไหวของตลาดต่อไป ในทางตรงกันข้ามเทรดเดอร์

ຝາກເງິນກັບລະບົບຊໍາລະເງິນພາຍໃນ

ໂທກັບ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ປ່ຽນເບີໂທລະສັບ

ເຮົາໄດ້ຮັບຄຳຮ້ອງຂອງທ່ານແລ້ວ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ຄວາມຜິດພາດພາຍໃນ. ກະລຸນາລອງໃໝ່ອີກຄັ້ງ

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

Beginner Forex book will guide you through the world of trading.

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera