เทรดตามเทรนด์ vs เทรดสวนเทรนด์

เทรดตามเทรนด์ vs เทรดสวนเทรนด์

หลักการของการวิเคราะห์ทางเทคนิคประการหนึ่งคือราคาเคลื่อนไหวเป็นเทรนด์ ทุกเทรนด์ประกอบด้วยช่วงระยะเวลาที่ราคามีการเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่เป็นแนวโน้ม และมีช่วงระยะเวลาสั้นๆที่มีการเคลื่อนไหวสวนทางเพื่อปรับเทรนด์กลยุทธ์การติดตามเทรนด์หมายความว่าเทรดเดอร์เปิดออเดอร์ในทิศทางเดียวกันกับเทรนด์ใหญ่ หรือพูดง่ายๆก็คือ เปิด Buy ในเทรนด์ขาขึ้น และเปิด Sell ในเทรนด์ขาลง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะเข้าตลาดด้วยวิธีนี้คือเมื่อการย่อตัวของราคาสิ้นสุดลงแล้วไปต่อตามเทรนด์หลัก เช่นเดียวกับคำพูดติดปากของเทรดเดอร์ที่ว่า "ซื้อถูกๆแล้วขายแพงๆ" ส่วนเทรดเดอร์สายสวนเทรนด์จะไม่รอให้การย่อตัวผ่านไป ถ้าตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น พวกเขาจะ Sell เมื่อราคากลับตัวจากแนวต้านและกำหนดเป้าหมายไว้ที่แนวรับ แรงจูงในการเข้าตลาดของพวกเขาคือราคานั้นจะต้องมีการกลับตัวเนื่องจากมีการดีดตัวขึ้นสูงเกินไป วิธีการทั้งสองวิธีนี้มีความเสี่ยงเหมือนกันหรือเปล่า? แล้ววิธีไหนล่ะที่ได้กำไรดีกว่ากัน?

เทรดตามเทรนด์

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่สามารถระบุได้ว่าเทรนด์ปัจจุบันคือเทรนด์อะไร แต่ส่วนที่ยากคือการตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อ มาดูกันในตัวอย่างของเทรนด์ขาขึ้น การเทรดตามเทรนด์คือการที่คุณอาจเลือกที่จะซื้อที่แนวรับหรือซื้อที่ราคาที่ทะลุแนวต้าน ในกรณีแรก คุณจะใช้เครื่องมือสองอย่างคือการตีเส้นเทรนด์และ Fibonacci retracement ส่วนในกรณีที่สอง คุณสามารถใช้รูปแบบการต่อเนื่องของกราฟ เช่น triangles, flags, และ wedges

Screenshot_14.png

เทรดเดอร์บางคนจะเข้า Buy ที่จุด 1 (เส้นแนวรับ และระดับของ Fibonacci retracement) หรือ 2 (จุดทะลุของกราฟรูปแบบ "Flag") บางคนอาจจะรอถึงจุดที่ 3 (จุดที่ราคาทะลุราคาสูงสุดก่อนหน้า) ซึ่งแน่นอนว่า ยิ่งคุณซื้อถูกมากเท่าไหร่ คุณยิ่งได้กำไรมากเท่านั้น

Take profit - คุณสามารถตั้งเป้ากำไรที่ราคาสูงสุดก่อนหน้าของเทรนด์ขาขึ้น (หรือราคาต่ำสุดก่อนหน้าสำหรับเทรนด์ขาลง) หรือจะตั้งเป้าไกลไปเลยถ้าคุณมั่นใจ

Stop Loss - โปรดทราบว่าเมื่อคุณขี่เทรนด์ คุณสามารถใช้ trailing stop ตามหลังเทรนด์ได้ แต่อย่างไรก็ตามคุณควรระวังไว้หน่อยเพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะตัดสินใจว่าคุณจะเลื่อน Stop Loss ไปไว้ตรงไหน เพราะความเสี่ยงคือหากมีเกิดการกลับตัวของราคาแล้ววื่งมาชน Stop Loss ของคุณแล้วออเดอร์ของคุณก็จะอาจถูกปิดได้

Scaling in - เมื่อคุณกำลังไปตามเทรนด์หากตลาดวิ่งไปในทิศทางที่คุณต้องการคุณก็สามารถเพิ่มออเดอร์เข้าไปได้อีก แล้วคุณจะได้รับกำไรมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมปรับการควบคุมความเสี่ยงของคุณตามไปด้วย หรืออีกเทคนิคที่จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับคุณได้คือคุณเริ่มเปิดออเดอร์เล็กๆก่อน (เช่น Buy ที่จุดที่ 1) หากราคาวิ่งไปถึงจุดที่ 2 ก็ค่อยเพิ่มออเดอร์เข้าไปอีก

เทรดสวนเทรนด์

กลยุทธ์การเทรดสวนเทรนด์นั้นเน้นมองหาจุดกลับตัวของราคา เทรดเดอร์ที่ใช้วิธีนี้จะหาสัญญาณจากรูปแบบการกลับตัวของแท่งเทียน (เช่น pin bars, evening/morning stars และอื่นๆ) พวกเขาจะใช้อินดิเคเตอร์กลุม Oscillator เช่น MACD หรือ RSI เพื่อมองหาว่าตลาดเข้าถึงจุดซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไปหรือยัง และเกิด divergence ระหว่างราคากับอินดิเคเตอร์หรือไม่ ซึ่งถ้าสัญญาณเหล่านี้ปรากฏ เทรดเดอร์จะทำการเปิดออเดอร์สวน

Screenshot_15.png

เทรดเดอร์อาจตัดสินใจ SELL ที่จุดที่ 1 เนื่องจากแท่งเทียนเกิดไส้ด้านบนยาวๆ (สัญญาณลบ) และ MACD ไม่ได้ยืนยันความสูงของราคา

Take profit - ค่อนข้างยากที่จะตั้งจุดเก็บกำไรที่แน่นอนเพราะคุณกำลังเทรดสวนเทรนด์ ความท้าทายในการตั้งจุดคือต้องไม่โลภมาก จำไว้ว่าคุณกำลังเล่นสวนทางกับตลาด บางทีตลาดที่เป็นเทรนด์อาจจะเปลี่ยนเป็น sideways ซึ่งจะทำให้กำไรของตำแหน่งสวนเทรนด์ถูกจำกัดลง หรือที่แย่กว่าคือตลาดที่เป็นเทรนด์อาจจะย่อตัวนิดหน่อยแล้วไปต่ออย่างรวดเร็ว ดังนั้นควรมีความระมัดระวังและจัดการความเสี่ยงของคุณด้วย

Stop Loss - จุดตัดขาดทุนของการเทรดวิธีนี้ง่ายมากๆ เพียงวางไว้เหนือหรือต่ำกว่าจุดที่มีการกลับตัวขึ้นอยู่กับเทรนด์ที่เทรด ความเสียหายจาก stop loss ในวิธีนี้จะน้อยกว่าที่เกิดจากการเทรดตามเทรนด์

Scaling in - หากคุณเทรดสวนเทรนด์ก็ไม่ควรไปยุ่งกับ position size เพราะบางทีการเทรดที่เกิดขึ้นจะเป็นการเทรดที่สั้นมาก ซึ่งถ้าคุณเพิ่ม position เข้าไปอีกคุณอาจจะตกที่นั่งลำบากได้ และหากคุณไม่ยอมตัดขาดทุนคุณอาจจะพบกับความเสียหายครั้งใหญ่

บทสรุปดังที่คุณทราบแล้วว่าวิธีการเทรดทั้งสองวิธีจะมีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งสองวิธีอาจจะให้สัญญาณการซื้อขายที่ดีได้ แต่ยังไงคุณต้องมีกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงสำหรับทั้งสองวิธีด้วย โดยทั่วไปแล้วเทรดเดอร์จะรู้ว่าการเทรดสวนเทรนด์นั้นต้องอาศัยประสบการณ์เป็นอย่างมาก ดังนั้นสำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากการเทรดตามเทรนด์ไปก่อน หมั่นฝึกฝนแล้วค่อยดูว่าวิธีไหนเหมาะกับคุณ

ຄ້າຍຄືກັນ

วิธีการใช้ volume indicator ในการเทรด

ถ้าคุณเทรดหุ้นแล้วคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการซื้อขายจากตลาดหลักทรัพย์ ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่าผู้เล่นในตลาดสนับสนุนแนวโน้มของราคาหรือไม่ ตลาดสกุลเงินนั้นแมัจะมีสถานการณ์จะแตกต่างกันแต่เทรดเดอร์ก็ยังคงสามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกได้จากปริมาณการซื้อขาย

จะรวมเอาชีวิตและการเทรดของคุณเข้าด้วยกันได้อย่างไร?

หากคุณคิดว่าการเทรดเป็นงานของคุณ คุณจำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นอย่างมากเพื่อจะเผชิญกับความท้าทายอีกมาก เทรดเดอร์จำนวนมากไม่สามารถจัดการกับความกดดันทางจิตใจได้ และยังกำหนดตัวเองให้แพ้ตั้งแต่เริ่ม เช่นเดียวกับฟรีแลนซ์หรือผู้ประกอบการทั้งหลาย กุญแจสำคัญในการเทรดคือการรู้จักตัวเอง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เตรียมพร้อมจะทำงานอิสระด้วยตัวเองได้

ຝາກເງິນກັບລະບົບຊໍາລະເງິນພາຍໃນ

ໂທກັບ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ປ່ຽນເບີໂທລະສັບ

ເຮົາໄດ້ຮັບຄຳຮ້ອງຂອງທ່ານແລ້ວ

ຜູ້ຈັດການຂອງເຮົາຈະໂທຫາທ່ານໃນໄວໆນີ້

ຄວາມຜິດພາດພາຍໃນ. ກະລຸນາລອງໃໝ່ອີກຄັ້ງ

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera